Marvis Thailand

20286758_1917193118496081_1904338459131484351_o

ไม่ใช่แค่ฟังก์ชั่นแต่มันคือ Story behind : มาดูกันว่าทำไม…ผู้คนถึงหลงใหลในแบรนด์เหล่านี้

แต่ละคนคงจะมีวิธีเลือกสิ่งของเครื่องใช้แตกต่างกันออกไป บางคนอาจเลือก Function
หรือบางคนอาจจะเลือกที่ Design แต่ยังมีคนอีกไม่น้อยที่เลือกซื้อของใช้จากเรื่องราวที่ซ่อนอยู่

วันนี้ The MATTER จะพาคุณไปรู้จักกับเรื่องราวเบื้องหลัง ภายใต้แบรนด์ที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย คนก็ยังหลงใหลในแบรนด์เหล่านั้นอยู่เสมอ เพราะนอกเหนือจากฟังก์ชั่น มันคือการได้เสพ Thinking บางอย่าง ใช้แล้วเกิด Inspiration หรือตกหลุมรักใน  Philosophy ของแบรนด์

 

Supreme

สตรีทแฟชั่นชื่อดังจาก New York ที่เกิดขึ้นมาจากการตั้งคำถามในหัวว่า “ทำไมเสื้อผ้าแบรนด์สเก็ตบอร์ดถึงไม่มีเสื้อผ้าที่เนื้อผ้าดีๆ ดีไซน์เท่ๆ แบบในแม็กกาซีน” ด้วยคำถามนี้จึงทำให้เกิด Supreme ขึ้นมา พร้อมกับการนำ Street Culture กับ Pop Culture มารวมกัน กล้าแหกกฎ ขบถสังคม ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าโดยปกติ Supreme จะออกเป็นคอลเลคชั่น มีเท่าไหร่ขายเท่านั้น หมดแล้วหมดเลยไม่ทำซ้ำ และการหวังซื้อแบบ Re-Sale ก็ต้องต่อสู้กับคนหมู่มากและราคาที่แพงหูฉี่

 

MARVIS

ยาสีฟัน Hipster ดีไซน์เก๋หลอดนี้ คงเคยเห็นมาแล้วบ้าง แต่รู้ไหมว่า เป็นมากกว่ายาสีฟันทั่วไปยังไง? MARVIS เป็นยาสีฟันมินต์เก่าแก่จากอิตาลี ที่ไม่ได้คิดแค่การแก้ปัญหาสุขภาพปาก แต่มองลึกไปถึง Lifestyle ของผู้ใช้จริง เช่น ส่วนผสม คิดค้นเพื่อแก้ปัญหาให้นักดื่มไวน์ สูบซิการ์ พวกไลฟ์สไตล์รักการสังสรรค์ ที่มักมีปัญหาฟันเป็นคราบหรือกลิ่นปาก วิธีทดสอบความสะอาดง่ายๆ แค่เอาลิ้นสัมผัสเนื้อฟันก็จะลื่นปื๊ดเลยล่ะ นอกจากนี้ก็มีให้เลือกถึง 7 กลิ่น เอาเป็นว่าไม่ว่าคุณจะชอบแบบไหน ต้องมีซักกลิ่นที่โดนใจแน่ๆ  มันคือความพิเศษที่เปลี่ยน Feeling เดิมๆ ได้ MARVIS คือ ความละเมียดตั้งแต่ส่วนผสมยันแพ็กเกจจิ้ง ก็นะ…คราฟท์แบบอิตาลี

 

MUJI

เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จัก แต่มีใครรู้บ้างว่าที่มาที่ไปของแบรนด์นี้ มาจากการตั้งคำถามว่า ทำไมสินค้าต้องมีแบรนด์ติดหรา โชว์กันด้วยโลโก้แพงๆ ทำไมจะมีสินค้าที่ไม่ติดแบรนด์บ้างไม่ได้ มูจิจึงกล้าตัดโลโก้ของตัวเองออกจากผลิตภัณฑ์ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Less is more ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนที่ไม่บ้าแบรนด์แต่อัดเต็มด้วยคุณภาพ แฝงแนวคิดใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแล้วจะมีความสุข

 

FREITAG

ใช่แล้วมันคือกระเป๋า Freitag สุดฮิต ที่มาพร้อมกับแนวคิดรักษ์โลก เพราะทุกส่วนประกอบของกระเป๋าใบเก๋นี้ถูก Recycle จากสิ่งของเหลือใช้ ตั้งแต่ผ้าที่ใช้ทำกระเป๋าเอามาจากผ้าใบของรถบรรทุก สายสะพายที่ใช้เข็มขัดนิรภัย หรือการเย็บขอบเก็บมุมต่างๆ โดยใช้ยางใน นอกจากจะเท่แบบ Go Green แล้ว คุณยังมั่นใจได้เลยว่ากระเป๋าของคุณจะไม่มีทางซ้ำกับใครบนโลกแน่นอน

 

Shoes like a pottery

ใครจะรู้ว่ารองเท้าผ้าใบก็ใช้วิธีทำแบบเดียวกับเครื่องปั้นดินเผาได้! Shoes like a pottery รองเท้าผ้าใบคุณภาพดีจากแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถัน ทำมือ แบรนด์นี้ใช้วิธีเก่าแก่นั่นคือการอบในเตาเผาเพื่อให้ยางและผ้าใบแนบสนิทกันเป็นเนื้อเดียว เพื่อให้ได้รองเท้าผ้าใบที่สวมใส่นุ่มสบาย พอดีกับเท้าของผู้ใส่ และนั่นจึงกลายเป็นเรื่องราวเบื้องหลังของแบรนด์ ที่ทำให้คนรู้สึกว่า ถึงเป็นแค่รองเท้าผ้าใบ แต่ก็เป็นงานฝีมือชิ้นเอก คราฟท์เหมือนการปั้นหม้อ ปั้นไห ได้เหมือนกันนะ

 

Moleskine

Moleskine สมุดโน้ตระดับตำนาน! หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าศิลปินระดับตำนานอย่าง ปิคาสโซ่ หรือแวนโก๊ะ ก็ใช้สมุดแบรนด์นี้ สมุดปกหนังสีดำที่มีดีไซน์เรียบหรูเป็นเอกลักษณ์ แต่เชื่อไหมว่าครั้งหนึ่ง Moleskine เคยเลิกผลิตไปแล้ว ก่อนจะถูกปลุกขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งในปี 1997 และได้รับความนิยมเรื่อยมา และอีกหนึ่งสิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์คือ ว่ากันว่าไม่ว่าจะนานแค่ไหน หมึกที่เขียนก็จะไม่เลือนไปจากเนื้อกระดาษอีกด้วย

 

Leica

ถ้าเห็นกล้องโลโก้วงกลมแดงห้อยอยู่ที่คอใคร…เชื่อได้เลยว่า คนๆ นั้น ต้องมีทั้งฝีมือและใจรักภาพถ่ายแน่นอน ไลก้า เปรียบเสมือน รถสปอร์ตของวงการถ่ายภาพ เพราะเป็นกล้องที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นคือ Story Behind  ไลก้าเป็นแบรนด์ที่ให้กำเนิดฟิล์มขนาดพกพา 35 mm จากจุดๆ นี้เลยเป็นที่มาของอาชีพอย่าง ช่างภาพ Street หรือช่างภาพนักข่าว ที่พกพากล้องไปไหนต่อไหนได้สะดวก นอกจากนี้ ไลก้ายังทำในสิ่งที่กล้องดิจิตอลทั่วไปต้องเหลียวมองคือ มีกล้องที่เอาไปถ่ายได้ในอุณหภูมิ -50C อย่าง North Pole มาแล้ว!! รู้แล้ว….หนาวเลยล่ะสิ

 

Blue Bottle Coffee

เวลานึกถึงกาแฟ หลายคนคงจะนึกถึงแบรนด์นางเงือก แต่สำหรับในอเมริกา Blue Bottle Coffee มาแรงกว่าเจ้าไหนๆ มีเกือบ 100 สาขาเลย ความดีงามที่คอกาแฟปลาบปลื้ม คือเป็นกาแฟคั่วสดใหม่ไม่เกิน 48 ชั่วโมง! ซึ่งเป็นเวลาที่วิจัยมาแล้วว่าได้รสดีงามที่สุด และที่ยิ่งไปกว่านั้น เชื่อมั้ยว่า กว่าจะได้รสชาตินี้ เจ้าของร้านใช้วิธีโทรไปคุยกับลูกค้าตัวๆ ว่าชอบรสแบบไหน ราคาเท่าไหร่คุณถึงโอเค ละเอียดเบอร์นี้เลย จึงทำให้กาแฟของเขาได้รสชาติที่ถูกใจและซื้อใจลูกค้าไปพร้อมๆ กัน

___
Illustration by Kodchakorn Thammachart

 

ที่มา:

ไม่ใช่แค่ฟังก์ชั่นแต่มันคือ Story behind :…

Posted by The MATTER on Thursday, 3 August 2017

SHARE

#MARVISMOMENT

Close Menu
×

Cart