Marvis Thailand

27629201_1705455756182621_6651690637761592735_o

Explore the Scents of Bangkok “กลิ่นอายของบางกอก”

ทุกครั้งเมื่อเดินทางไปถึงบ้านอื่นเมืองอื่นเป็นครั้งแรก เราก็มักจะถูกความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักทักทายอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพ เสียง กลิ่น ตลอดจนมวลอากาศไม่คุ้นเคยที่ลอยมาปะทะ ทำให้ร่างกายเราสัมผัสได้ถึงความเฉพาะตัวของสถานที่นั้นๆ

แม้ ‘กลิ่น’ จะเป็นสัมผัสที่เราจดจำได้น้อยหน่อย เพราะถ่ายรูปอัดเสียงเก็บไว้เป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ แต่น่าแปลกที่บางครั้ง สมองเราสามารถจำกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองต่างๆ เอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด

ลอนดอนอาจทำให้บางคนนึกถึงกลิ่นฝนในอากาศ หรือกลิ่นฝุ่นที่อบอวลไปทั่วสถานี Tube ใต้ดิน ปารีสอาจทำให้คุณนึกถึงกลิ่นขนมปังอบใหม่หอมคลุ้งซอย หรือกลิ่นบุหรี่ที่โชยอยู่แทบทุกหนแห่ง กลิ่นทั้งพึงและไม่พึงประสงค์เหล่านี้ คละเคล้ากันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะของเมือง

กรุงเทพเมืองหลวงของเราเองก็เช่นกัน กลิ่นสตรีทฟู้ดริมทางที่คละเคล้ากลิ่นควันรถยนต์ผสมกลิ่นท่อระบายน้ำ หรือกลิ่นดอกไม้อวลกลิ่นธูปหอมอาจจารึกอยู่ในความทรงจำของทั้งคนอยู่และผู้มาเยือน ในฐานะ ‘กลิ่นของกรุงเทพ’ ได้อย่างไม่รู้ตัว กลิ่นเหล่านี้มีอยู่มากมาย ต่างกันไปตามประสบการณ์และการสัมผัสของแต่ละคน ซึ่งเราอยากชวนคุณไปเปิดหูเปิดตาเปิดจมูก แล้วออกไปสำรวจว่ากลิ่นไหนจะทำให้คุณนึกถึงกรุงเทพกันบ้าง!

 

1. อบอวลกลิ่นความเชื่อและศรัทธา

วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ถือเป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย กลิ่นที่มาพร้อมกับสถานที่เหล่านี้ คือกลิ่นแห่งความเชื่อและศรัทธาจากธูปเทียนทั้งหลาย ที่ปริมาณความหนาแน่นของกลิ่นจะผกผันไปตามเทศกาลและช่วงเวลา อย่าง กลิ่นธูป เทียน และดอกกุหลาบ ที่ลานหน้าเซ็นทรัล เวิลด์ บริเวณที่ประดิษฐานของพระตรีมูรติ ที่หนุ่มสาวต่างนิยมมากราบไหว้บูชาอธิษฐานขอพรเรื่องความรัก ก็จะมีกลิ่นควันธูปเทียนคละคลุ้งคึกคักเป็นพิเศษในช่วงคืนวันพฤหัส เวลา 3 ทุ่มครึ่ง ซึ่งถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการบูชาตามความเชื่อ และถึงแม้ควันธูปเทียนจะตลบอบอวลจนแทบน้ำตาไหลก็ตาม

 

2. หอมกลิ่นดอกไม้ย่านกรุงเก่า

กรุงเทพเป็นเมืองที่มีกลิ่นดอกไม้กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะกลิ่นดอกไม้บูชาพระที่จัดเรียงไว้เป็นกำภายในวัด ตามหิ้งบูชาในร้านค้า ตามศาลพระภูมิเจ้าที่ หรือแม้แต่สี่แยกไฟแดงก็ยังมีกลิ่นมาลัยให้ดมเคล้าเขม่าควัน ส่วนอีกสถานที่หนึ่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้นั่นคือ ปากคลองตลาด ตลาดดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพ ถึงแม้ในปัจจุบันตัวตลาดจะย้ายจากริมถนนจักรเพชรเข้าไปอยู่ในตลาดดอกไม้ยอดพิมานแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้หลากสายพันธุ์ ไม่ว่าจะดาวเรือง กุหลาบ มะลิสด กล้วยไม้ มัม คาร์เนชั่น ฯลฯ แถมยังมีกลิ่นของแม่น้ำเจ้าพระยาลอยมาปะทะจมูกเป็นระยะๆ ก็นับเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการเดินตลาดดอกไม้ในกรุงเทพ

 

3. กลิ่นความผ่อนคลายหายเมื่อยล้า

อีกหนึ่งกลิ่นซิกเนเจอร์แบบไทยๆ ที่ใครหลายคนว่าฉุน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าได้กลิ่นยาหม่องเมื่อไหร่ หัวใจก็กระโดดไปนอนบนเตียงนวดไทยเสียแล้ว อานุภาพของกลิ่นยาหม่องนั้นมีทั้งกลิ่นเย็นแบบเมนทอลและฉุนกึกแบบสมุนไพรไทย ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้สูดดม ส่วนฤทธิ์ร้อนๆ เย็นๆ จากยาหม่องบวกกับพลังฝ่ามือของหมอนวดแผนไทยก็ช่วยสลายความตึงของเส้นเอ็นที่คอ ขา บ่า ไหล่อย่างได้ผล ยิ่งกลิ่นรุนแรงขึ้นเท่าไหร่ ก็คล้ายว่าอาการปวดตึงภายในร่างกายได้สลายไปมากเท่านั้

 

4. กลิ่นยั่วน้ำลายก่อนชั่วโมงทำงาน

ในทุกเช้าที่แสนจะเร่งรีบ เราฝ่ารถติด เผชิญสารพัดกลิ่นถาโถมเข้ามาไม่ว่าจะกลิ่นควันท่อไอเสีย กลิ่นคลื่นคนในรถอันเบียดเสียด กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกในลิฟต์ และกลิ่นอีกมากมาย..แต่มีกลิ่นหนึ่งที่ดูคล้ายจะสะกดจิตให้มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคลายสปีดการเดินให้ช้าลง นั่นคือกลิ่นหมูปิ้ง! นี่คืออาหารเช้าคู่บุญชาวออฟฟิศมาอย่างเนิ่นนาน ด้วยความซื้อง่าย รับประทานได้ไว ที่สำคัญคือกลิ่นหอมคละคลุ้งเกินห้ามใจที่ส่งกลิ่นยั่วยวนน้ำย่อยในกระเพาะไปได้หลายเมตรเลยทีเดียว

 

5. กลิ่นยุทธจักรสตรีทฟู้ด

เมื่อได้เดินเลาะไปในย่านเยาวราช เราจะสนุกไปกับกลิ่นอาหารสารพัดชนิดที่ชวนน้ำลายไหล จนเลือกไม่ถูกว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เพราะเดินสามก้าวก็มีกลิ่นผัดไทยโชยมา ถัดมาอีกหน่อยก็ได้กลิ่นเกาลัดคั่วในกะทะ หรือจะเป็นกลิ่นกุ้งแม่น้ำตัวโต ไหนจะกลิ่นทุเรียนสุกเหลืองอร่าม แล้วยังมีกลิ่นขนมจีบ ฮะเก๋านึ่งในเตาร้อนๆ เรียกว่าหันไปทางไหนก็มีแต่กลิ่นอาหารละลานจมูกไปเสียหมด ถ้ากลิ่นสามารถมีหน่วยวัดอย่างเดซิเบลเหมือนเสียง กลิ่นสตรีทฟู้ดที่เยาวราชคงดังลั่นสนั่นจนหูดับเหมือนเป็นเทศกาลดนตรีร็อคก็ไม่ปาน นับเป็นประสบการณ์ด้านกลิ่นที่แสนจะเพลิดเพลินเจริญจมูกอย่างยิ่ง

 

6. กลิ่นสายน้ำคู่ชีวิตชาวบางกอก

วิถีชีวิตของคนกรุงเทพเกี่ยวพันกับสายน้ำมาตั้งแต่อดีต ก่อนที่ชาวกรุงจะสัญจรทางบกอย่างทุกวันนี้ แม่น้ำลำคลองเคยทำหน้าที่เป็นถนน เชื่อมต่อเป็นโครงข่ายการสัญจรหลักของชาวบางกอกมาช้านา

ถึงปัจจุบันการสัญจรทางน้ำจะลดบทบาทลง แต่คนหลายพื้นที่ก็ยังโดยสารเรือในชีวิตประจำวันกันอยู่ เช่นในเขตเมืองเก่าอย่างท่าพระจันทร์ ที่ยังคงมีเรือโดยสารข้ามฟากจากท่าพระจันทร์ไปศิริราช ท่าเรือแห่งนี้มีกลิ่นอายของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อบอวลด้วยประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตสองฟากฝั่ง ผสมไปกับกลิ่นควันจากเรือโดยสารข้ามฟาก เพียงแค่ไปนั่งทานข้าวร้านเจ้าเก่าในแถบนี้ เราก็จะได้ซึมซาบกลิ่นแม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้ามากระทบจมูกทุกครั้งยามเรือวิ่งผ่าน สะท้อนภาพวิถีชุมชนที่อยู่คู่กับสายน้ำมาแต่โบราณได้เป็นอย่างดี

 

7. กลิ่นเก่าของความทรงจำในตลาดมือสอง

ครั้งแรกที่เหยียบเข้าไปในย่านของมือสองในจตุจักรคุณนึกถึงอะไร ? อาจจะเป็นร้านขายเสื้อยืดสกรีนลายมือสองกองพะเนิน หรือจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าโหดแต่อัธยาศัยดีทั้งหลาย หรือไม่ก็ร้านรับสัก รับเจาะหูที่ผุดขึ้นมากลมกลืนกับละแวกนี้ได้อย่างลงตัวนอกจากนี้โซนของมือสองในจตุจักรยังมี ‘กลิ่นเก่า’ อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึง เพราะบรรดาเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าทั้งหลายเหล่านี้จะมีกลิ่นดั้งเดิมไม่เหมือนใครที่บ่งบอกเรื่องราวในตัวของมันเองได้ ขณะที่นักอ่านสายเก๋าทั้งหลาย ก็มักจะจมดิ่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือมือสองในย่านจตุจักรโครงการ 1 ซึ่งแม้จะมาพร้อมกับกลิ่นชื้นและกลิ่นฝุ่นตามสภาพความเก่า แต่ใครหลายคนก็ยินดีจะครอบครองหนังสือเหล่านี้เพื่อแลกกับเรื่องราวบางอย่างที่หนังสือใหม่ไม่อาจให้ได้

 

 

Inspired by ยาสีฟัน #กลิ่นการเดินทาง
Rambas กลิ่นการเดินทางผ่านหมูเกาะเขตร้อนชื้น ผลหมากรากไม้ สับปะรดหวาน มะม่วงอินเดียให้ความรู้สึกร่าเริงสดใส
Karakum กลิ่นการเดินทางจากทะเลดำผ่านอ่าวเปอร์เซียและทะเลทรายมองโกเลีย สู่จุดหมายที่ประเทศจีน สื่อสารผ่านกลิ่นมิ้นต์ชั้นดี น้ำส้มและเครื่องเทศหายาก กลายเป็นกลิ่นท่ีหอมสดช่ืนเฉพาะตัว
Royal กลิ่นท่ีได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางบนรถไฟ Orient Express อันแสนหรูหรา ลุ่มลึก โรแมนติค ด้วยกลิ่น มิ้นต์ เลมอนออยล์ กุหลาบ ส้ม แทนเจอรีน และจันทร์เทศ ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ…นี่คือ #กลิ่นการเดินทาง จาก Marvis Thailand แล้วกลิ่นการเดินทางของคุณล่ะ เป็นยังไง?

 

ที่มา:

ทุกครั้งเมื่อเดินทางไปถึงบ้านอื่นเมืองอื่นเป็นครั้งแรก เราก็มักจะถูกความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักทักทายอย่างไม่ทันตั้งตัว…

Posted by CULTURED CREATURES on Friday, 9 February 2018

SHARE

#MARVISMOMENT

Close Menu
×

Cart

Explore the Scents of Bangkok “กลิ่นอายของบางกอก” – Marvis Thailand

Marvis Thailand

27629201_1705455756182621_6651690637761592735_o

Explore the Scents of Bangkok “กลิ่นอายของบางกอก”

ทุกครั้งเมื่อเดินทางไปถึงบ้านอื่นเมืองอื่นเป็นครั้งแรก เราก็มักจะถูกความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักทักทายอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพ เสียง กลิ่น ตลอดจนมวลอากาศไม่คุ้นเคยที่ลอยมาปะทะ ทำให้ร่างกายเราสัมผัสได้ถึงความเฉพาะตัวของสถานที่นั้นๆ

แม้ ‘กลิ่น’ จะเป็นสัมผัสที่เราจดจำได้น้อยหน่อย เพราะถ่ายรูปอัดเสียงเก็บไว้เป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ แต่น่าแปลกที่บางครั้ง สมองเราสามารถจำกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองต่างๆ เอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด

ลอนดอนอาจทำให้บางคนนึกถึงกลิ่นฝนในอากาศ หรือกลิ่นฝุ่นที่อบอวลไปทั่วสถานี Tube ใต้ดิน ปารีสอาจทำให้คุณนึกถึงกลิ่นขนมปังอบใหม่หอมคลุ้งซอย หรือกลิ่นบุหรี่ที่โชยอยู่แทบทุกหนแห่ง กลิ่นทั้งพึงและไม่พึงประสงค์เหล่านี้ คละเคล้ากันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะของเมือง

กรุงเทพเมืองหลวงของเราเองก็เช่นกัน กลิ่นสตรีทฟู้ดริมทางที่คละเคล้ากลิ่นควันรถยนต์ผสมกลิ่นท่อระบายน้ำ หรือกลิ่นดอกไม้อวลกลิ่นธูปหอมอาจจารึกอยู่ในความทรงจำของทั้งคนอยู่และผู้มาเยือน ในฐานะ ‘กลิ่นของกรุงเทพ’ ได้อย่างไม่รู้ตัว กลิ่นเหล่านี้มีอยู่มากมาย ต่างกันไปตามประสบการณ์และการสัมผัสของแต่ละคน ซึ่งเราอยากชวนคุณไปเปิดหูเปิดตาเปิดจมูก แล้วออกไปสำรวจว่ากลิ่นไหนจะทำให้คุณนึกถึงกรุงเทพกันบ้าง!

 

1. อบอวลกลิ่นความเชื่อและศรัทธา

วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ถือเป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย กลิ่นที่มาพร้อมกับสถานที่เหล่านี้ คือกลิ่นแห่งความเชื่อและศรัทธาจากธูปเทียนทั้งหลาย ที่ปริมาณความหนาแน่นของกลิ่นจะผกผันไปตามเทศกาลและช่วงเวลา อย่าง กลิ่นธูป เทียน และดอกกุหลาบ ที่ลานหน้าเซ็นทรัล เวิลด์ บริเวณที่ประดิษฐานของพระตรีมูรติ ที่หนุ่มสาวต่างนิยมมากราบไหว้บูชาอธิษฐานขอพรเรื่องความรัก ก็จะมีกลิ่นควันธูปเทียนคละคลุ้งคึกคักเป็นพิเศษในช่วงคืนวันพฤหัส เวลา 3 ทุ่มครึ่ง ซึ่งถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการบูชาตามความเชื่อ และถึงแม้ควันธูปเทียนจะตลบอบอวลจนแทบน้ำตาไหลก็ตาม

 

2. หอมกลิ่นดอกไม้ย่านกรุงเก่า

กรุงเทพเป็นเมืองที่มีกลิ่นดอกไม้กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะกลิ่นดอกไม้บูชาพระที่จัดเรียงไว้เป็นกำภายในวัด ตามหิ้งบูชาในร้านค้า ตามศาลพระภูมิเจ้าที่ หรือแม้แต่สี่แยกไฟแดงก็ยังมีกลิ่นมาลัยให้ดมเคล้าเขม่าควัน ส่วนอีกสถานที่หนึ่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้นั่นคือ ปากคลองตลาด ตลาดดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพ ถึงแม้ในปัจจุบันตัวตลาดจะย้ายจากริมถนนจักรเพชรเข้าไปอยู่ในตลาดดอกไม้ยอดพิมานแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้หลากสายพันธุ์ ไม่ว่าจะดาวเรือง กุหลาบ มะลิสด กล้วยไม้ มัม คาร์เนชั่น ฯลฯ แถมยังมีกลิ่นของแม่น้ำเจ้าพระยาลอยมาปะทะจมูกเป็นระยะๆ ก็นับเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการเดินตลาดดอกไม้ในกรุงเทพ

 

3. กลิ่นความผ่อนคลายหายเมื่อยล้า

อีกหนึ่งกลิ่นซิกเนเจอร์แบบไทยๆ ที่ใครหลายคนว่าฉุน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าได้กลิ่นยาหม่องเมื่อไหร่ หัวใจก็กระโดดไปนอนบนเตียงนวดไทยเสียแล้ว อานุภาพของกลิ่นยาหม่องนั้นมีทั้งกลิ่นเย็นแบบเมนทอลและฉุนกึกแบบสมุนไพรไทย ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้สูดดม ส่วนฤทธิ์ร้อนๆ เย็นๆ จากยาหม่องบวกกับพลังฝ่ามือของหมอนวดแผนไทยก็ช่วยสลายความตึงของเส้นเอ็นที่คอ ขา บ่า ไหล่อย่างได้ผล ยิ่งกลิ่นรุนแรงขึ้นเท่าไหร่ ก็คล้ายว่าอาการปวดตึงภายในร่างกายได้สลายไปมากเท่านั้

 

4. กลิ่นยั่วน้ำลายก่อนชั่วโมงทำงาน

ในทุกเช้าที่แสนจะเร่งรีบ เราฝ่ารถติด เผชิญสารพัดกลิ่นถาโถมเข้ามาไม่ว่าจะกลิ่นควันท่อไอเสีย กลิ่นคลื่นคนในรถอันเบียดเสียด กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกในลิฟต์ และกลิ่นอีกมากมาย..แต่มีกลิ่นหนึ่งที่ดูคล้ายจะสะกดจิตให้มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคลายสปีดการเดินให้ช้าลง นั่นคือกลิ่นหมูปิ้ง! นี่คืออาหารเช้าคู่บุญชาวออฟฟิศมาอย่างเนิ่นนาน ด้วยความซื้อง่าย รับประทานได้ไว ที่สำคัญคือกลิ่นหอมคละคลุ้งเกินห้ามใจที่ส่งกลิ่นยั่วยวนน้ำย่อยในกระเพาะไปได้หลายเมตรเลยทีเดียว

 

5. กลิ่นยุทธจักรสตรีทฟู้ด

เมื่อได้เดินเลาะไปในย่านเยาวราช เราจะสนุกไปกับกลิ่นอาหารสารพัดชนิดที่ชวนน้ำลายไหล จนเลือกไม่ถูกว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เพราะเดินสามก้าวก็มีกลิ่นผัดไทยโชยมา ถัดมาอีกหน่อยก็ได้กลิ่นเกาลัดคั่วในกะทะ หรือจะเป็นกลิ่นกุ้งแม่น้ำตัวโต ไหนจะกลิ่นทุเรียนสุกเหลืองอร่าม แล้วยังมีกลิ่นขนมจีบ ฮะเก๋านึ่งในเตาร้อนๆ เรียกว่าหันไปทางไหนก็มีแต่กลิ่นอาหารละลานจมูกไปเสียหมด ถ้ากลิ่นสามารถมีหน่วยวัดอย่างเดซิเบลเหมือนเสียง กลิ่นสตรีทฟู้ดที่เยาวราชคงดังลั่นสนั่นจนหูดับเหมือนเป็นเทศกาลดนตรีร็อคก็ไม่ปาน นับเป็นประสบการณ์ด้านกลิ่นที่แสนจะเพลิดเพลินเจริญจมูกอย่างยิ่ง

 

6. กลิ่นสายน้ำคู่ชีวิตชาวบางกอก

วิถีชีวิตของคนกรุงเทพเกี่ยวพันกับสายน้ำมาตั้งแต่อดีต ก่อนที่ชาวกรุงจะสัญจรทางบกอย่างทุกวันนี้ แม่น้ำลำคลองเคยทำหน้าที่เป็นถนน เชื่อมต่อเป็นโครงข่ายการสัญจรหลักของชาวบางกอกมาช้านา

ถึงปัจจุบันการสัญจรทางน้ำจะลดบทบาทลง แต่คนหลายพื้นที่ก็ยังโดยสารเรือในชีวิตประจำวันกันอยู่ เช่นในเขตเมืองเก่าอย่างท่าพระจันทร์ ที่ยังคงมีเรือโดยสารข้ามฟากจากท่าพระจันทร์ไปศิริราช ท่าเรือแห่งนี้มีกลิ่นอายของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อบอวลด้วยประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตสองฟากฝั่ง ผสมไปกับกลิ่นควันจากเรือโดยสารข้ามฟาก เพียงแค่ไปนั่งทานข้าวร้านเจ้าเก่าในแถบนี้ เราก็จะได้ซึมซาบกลิ่นแม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้ามากระทบจมูกทุกครั้งยามเรือวิ่งผ่าน สะท้อนภาพวิถีชุมชนที่อยู่คู่กับสายน้ำมาแต่โบราณได้เป็นอย่างดี

 

7. กลิ่นเก่าของความทรงจำในตลาดมือสอง

ครั้งแรกที่เหยียบเข้าไปในย่านของมือสองในจตุจักรคุณนึกถึงอะไร ? อาจจะเป็นร้านขายเสื้อยืดสกรีนลายมือสองกองพะเนิน หรือจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าโหดแต่อัธยาศัยดีทั้งหลาย หรือไม่ก็ร้านรับสัก รับเจาะหูที่ผุดขึ้นมากลมกลืนกับละแวกนี้ได้อย่างลงตัวนอกจากนี้โซนของมือสองในจตุจักรยังมี ‘กลิ่นเก่า’ อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึง เพราะบรรดาเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าทั้งหลายเหล่านี้จะมีกลิ่นดั้งเดิมไม่เหมือนใครที่บ่งบอกเรื่องราวในตัวของมันเองได้ ขณะที่นักอ่านสายเก๋าทั้งหลาย ก็มักจะจมดิ่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือมือสองในย่านจตุจักรโครงการ 1 ซึ่งแม้จะมาพร้อมกับกลิ่นชื้นและกลิ่นฝุ่นตามสภาพความเก่า แต่ใครหลายคนก็ยินดีจะครอบครองหนังสือเหล่านี้เพื่อแลกกับเรื่องราวบางอย่างที่หนังสือใหม่ไม่อาจให้ได้

 

 

Inspired by ยาสีฟัน #กลิ่นการเดินทาง
Rambas กลิ่นการเดินทางผ่านหมูเกาะเขตร้อนชื้น ผลหมากรากไม้ สับปะรดหวาน มะม่วงอินเดียให้ความรู้สึกร่าเริงสดใส
Karakum กลิ่นการเดินทางจากทะเลดำผ่านอ่าวเปอร์เซียและทะเลทรายมองโกเลีย สู่จุดหมายที่ประเทศจีน สื่อสารผ่านกลิ่นมิ้นต์ชั้นดี น้ำส้มและเครื่องเทศหายาก กลายเป็นกลิ่นท่ีหอมสดช่ืนเฉพาะตัว
Royal กลิ่นท่ีได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางบนรถไฟ Orient Express อันแสนหรูหรา ลุ่มลึก โรแมนติค ด้วยกลิ่น มิ้นต์ เลมอนออยล์ กุหลาบ ส้ม แทนเจอรีน และจันทร์เทศ ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ…นี่คือ #กลิ่นการเดินทาง จาก Marvis Thailand แล้วกลิ่นการเดินทางของคุณล่ะ เป็นยังไง?

 

ที่มา:

ทุกครั้งเมื่อเดินทางไปถึงบ้านอื่นเมืองอื่นเป็นครั้งแรก เราก็มักจะถูกความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักทักทายอย่างไม่ทันตั้งตัว…

Posted by CULTURED CREATURES on Friday, 9 February 2018

SHARE

#MARVISMOMENT

Close Menu
×

Cart